หลังจากที่โดนพี่นาซีรมแก๊สไข่เน่าไปไม่นาน

ชีวิตก็ยังคงต้องเดินต่อ แม้บางครั้งที่นึกถึง จะมึนๆกลิ่นอยู่บ้าง.... การเดินทางกลับบ้าน

ก็ยังคงมีเรื่องให้ตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาอะไร จนกระทั่งค่ำของวันพฤหัส

ที่เพิ่งผ่านมา คนดีอย่างเรา????? ก็ได้รับความเจ็บปวดจากการเห็นความเดือดร้อนของคนอื่น

เป็นความเดือดร้อนของตัวเองเรื่องก็เป็นตามที่จะเล่าต่อไปนี้……..

 

วันนั้นป็นวันที่ฝนตกเหมือนทุกวัน ที่พอ 6 โมงปุ๊บ ฟ้าฝนก็ตอกบัตรทำงานปั๊บ คนทำงานออฟฟิตอย่างเรา

ก็คงได้แต่ก้มหน้ารับกรรมเปียกฝนกันไป แต่เราห้ามฝนไม่ได้ เราก็ต้องดุแลตัวเอง โดยวิธีที่ง่ายที่สุด

ก็คือการพกร่ม (ไม่ต้องยืดอกก่อนพกด้วยน้า อิ อิ ) และระหว่างทางกลับบ้าน ฝนก็ตกอย่างไม่น่าให้อภัย

เราก็เลี่ยงไม่ได้เหมือนทุกๆคน อีกป้ายเดียวก็จะถึงปากซอยบ้านแล้ว เราก็เตรียมตัวลง

เพื่อจะไปต่อรถแท็กซี่ เพราะฝนตกหนักเกินกว่าจะนั่งรถเด็กแว้นเข้าบ้านเหมือนอย่างเคย

 

ขณะที่รอรถอยู่นั้น ตาก็ไปเห็นผู้หญิงคนนึง ที่ยืนห่างออกไปประมาณ 2เมตร ยืนพร้อมถือของพะรุงพะรัง

และถูกต้องแล้วครับ….เค้ายืนตากฝนอยู่ ด้วยเสี้ยววินาทีนั้น เราก็ไม่ได้คิดอะไร ในเมื่อเราถือร่มอยู่

พี่เค้าก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แล้วก็เปียกฝนอยู่ด้วย เราก็เลยเดินไปแล้วก็ถือร่มกันฝนให้พี่เค้า

แล้วยิ้มให้ก่อนจะถามว่ารอรถเมล์อยู่หรือป่าวค่ะ พี่เค้าก้ตอบว่ากำลังจะข้ามถนน แต่รถมันวิ่งเร็ว

เค้าไม่กล้าข้าม เราก็บอกพี่เค้าไปว่า รอไฟแดงก่อนก็ได้นะค่ะแล้วค่อยข้าม เพราะเราไปแท็กซี่

ไม่ได้รีบอะไร (เรายืนห่างพอสมควร เพราะเราก็กัวว่าพี่เค้าจะกลัวเรา แฮะๆ ก็มีหน้าเป็นอาวุธนิ)

แท็กซี่ก็ผ่านไปหลายคันแล้ว พี่เค้าก็ไม่มีทีท่าจะข้ามสักกะที แม้ว่ารถจะเริ่มติดบ้างแล้วก็ตาม

เราก็เลยบอกว่า พี่จะข้ามมั๊ย พี่เค้าก็เงียบ เริ่มทำหน้าไม่ค่อยพอใจ ไอ้เราก็เสือกไปกางร่มให้เค้าแล้ว

จะถอนตัวตอนนี้ก็คงจะไม่ทัน ก็ต้องกางกันต่อไป แม้เราจะเริ่มเปียก เพราะไม่ได้ยืนติดกันอย่างที่บอก

 

ก็เริ่มนึกในใจ ว่าพี่เค้าจะรอจนรถทั้งถนนมันไม่มีรถเลยหรือไงวะ (ตอนนี้เริ่มชั่วนิดๆแล้ว เพราะพี่เค้า

ทำหน้าพ่อตายอย่างเห็นได้ชัด) สักแป๊บนึง กะลังจะถามว่าจะให้ช่วยพาข้ามมั๊ย เพราะเราเห็นว่า

ของพี่เค้าเยอะอยู่  แต่ยังไม่ทันได้พูด พี่เค้าก้วิ่งตัดหน้ารถคันโน้นที คันนี้ทีจนข้ามไปอีกฝั่ง  

แล้วก็ไม่หันกลับมามอง หรือแสดงอาการว่า.....

 

กรูขอบคุณ ที่มึงมากางร่มให้กรูทำไม? เราก็งงดิ ไรว่ะ ไม่ต้องขอบคุณกรูก็ได้ แต่นะ ยิ้มนิดนึง

กับน้ำใจที่กรูยัดเยียดให้ โดยที่ไม่ขอร้องเนี่ย.....และแล้ว พี่เค้าวิ่งข้ามถนนจากไป โดยไม่เหลียวมามอง

แม้แต่หางตา……

 

แว๊บแรกก็รู้สึกอยู่นะ ว่าเราคงคาดหวังมากเกินไป ที่จะเห็นอาการขอบคุณจากพี่เค้า แต่มานึกอีกที

ถ้าเป็นเรา เราก็คงระแวงอยู่เหมือนกัน ที่จะมีคนแบบนี้อยู่อีกเหรอ หรือว่าจะมาป้ายยาเค้า แล้วลากขึ้นแท็กซี่ไป หรือเหตุการณ์อะไรที่ร้ายๆก็แล้วแต่ ตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ที่คนเมืองกรุง ได้สร้างกำแพงของความไม่ไว้ใจ ที่มันหนาขึ้น กว้างขึ้นและก็มากขึ้น จนการแบ่งปันเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นเรื่องแปลกไปแล้ว

 

เราเคยนะที่ลุกให้เด็กนักเรียนตัวเล็กๆนั่ง แต่ก็มีผู้ใหญ่ ทำหน้ามึนมานั่งหน้าตาเฉย หรือการเห็นคนท้อง

ต้องยืนโหนรถไฟฟ้า ทั้งที่ข้างหน้าเค้า ก็เป็นชายหนุ่มทำงาน แต่งตัวดีนั่งฟัง ipod อยู่

อย่างไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรที่เล่ามาเนี่ย ไม่ได้จะมาบอก ว่าเราจะดีกว่าใคร แค่อยากเป็นเสียงเสียงนึง

ที่สะกิดความรู้สึกกันว่า …..

น้ำใจ ไม่ใช่น้ำมัน เราควรใช้กัน อย่างฟุ้มเฟือย...เอย

……………..จบ ซะงั้น!!!!


21 CommentsChronological   Reverse   Threaded
yui19811209 wrote on Jun 20
^-^
hunkboy33 wrote on Jun 21
ชีวิต มักเจอเรื่ิงเซอร์ไพร้ซ์เสมอ ๆ อย่างนี้แหละ
swordofheart wrote on Jun 21
สังคมเรานี่หนอ แปะๆๆ (ตบมือให้)
ferfar wrote on Jun 21
^-^
มาไวตลอด....ขอบคุณนะค่ะ
ferfar wrote on Jun 21
ชีวิต มักเจอเรื่ิงเซอร์ไพร้ซ์เสมอ ๆ อย่างนี้แหละ
อืม...คงต้องชินๆกันไป ใช่มะ!!!!
ferfar wrote on Jun 21
สังคมเรานี่หนอ แปะๆๆ (ตบมือให้)
อืม...นึกว่าตบยุงที่บ้านซะอีก อิ อิ
njoybooks wrote on Jun 21
อ่า... แจ่ม ๆ อ่านแล้วเห็นภาพตามที่เขียนเลย...

"สังคม" ทุกวันนี้สอนให้ คนสร้างกำแพง กั้นน้ำใจให้สูงขึ้น ทุกวัน ๆ .....

สู้ ๆ ๆ เน้อ....
ferfar wrote on Jun 21
อ่า... แจ่ม ๆ อ่านแล้วเห็นภาพตามที่เขียนเลย...

"สังคม" ทุกวันนี้สอนให้ คนสร้างกำแพง กั้นน้ำใจให้สูงขึ้น ทุกวัน ๆ .....

สู้ ๆ ๆ เน้อ....
อย่างที่บอกแหละ...คงจะต้องเรียนรู้ แล้วก็ทำใจง่ะ
bookbinder wrote on Jun 21, edited on Jun 21
น่าเห็นใจครับเพื่อนฟะห์ ผมก็เคยเจออยู่เหมือนกันเวลาแสดงน้ำใจกับคนแปลกหน้า (บางทีอย่าว่าแต่คนแปลกหน้าเลย แม้แต่เพื่อนเราแท้ๆยังไม่ไว้ใจกันเลย) ไม่รู้ว่าเป็นอะไรบางทีเขาก็ระแวงหรือรำคาญในความหวังดีของเราและตอบแทนด้วยความรู้สึกแย่ๆ

ไม่แปลกหรอกครับเพราะสิ่งที่เกิดในสังคมทุกวันนี้ทำให้เราไม่สามารถไว้ใจคนที่ไม่รู้จักได้เต็มที่และการแสดงน้ำใจมันก็เลยเป็นเรื่องแปลกๆในสังคมที่รู้จักเพียงการแลกเปลี่ยนประโยชน์ซึ่งกันและกัน สิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนกระจกสะท้อนถึงความเป็นไปของสังคมเวลานี้ ผมว่ามันน่ากลัวอยู่เหมือนกันถ้าเพียงการมีน้ำใจเล็กน้อยถูกมองด้วยความหวาดระแวง แต่ก็ต้องทำใจครับ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดมากมาย เพียงแต่สังคมทุกวันนี้ต่างหากที่มันเลวร้าย

แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไม่มีน้ำใจหรือรับน้ำใจจากคนอื่นใช่ไหมครับ ผมว่าเราควรระวังตัวแต่พอดีและแสดงน้ำใจอย่างระมัดระวัง แต่ทำใจถ้าความหวังดีของเราถูกตอบแทนด้วยท่าทีแย่ๆก็ไม่ต้องสนใจ และพร้อมจะยินดีเมื่อมีผู้แสดงน้ำใจกับเราโดยไม่หวังผล

จากประสบการณ์ชีวิตของผมนะครับคนส่วนใหญ่ในโลกเป็นคนที่มีจิตใจดีงามครับอาจจะมากถึงร้อยละเก้าสิบทีเดียว
yui19811209 wrote on Jun 21
ferfar said
มาไวตลอด....ขอบคุณนะค่ะ
เหอๆๆ สงสัยจะว่างจัดมั้งคร๊าบบบบ
hunkboy33 wrote on Jun 21
ferfar said
อืม...คงต้องชินๆกันไป ใช่มะ!!!!
อย่าไปชินกับเรื่องพรรค์นี้ซิ พี่นะ ไม่เค๊ย ไม่เคยชินกับเรื่องที่ไม่ควรจะชิน (เรียกสั้น ๆ ว่าไม่รู้จักเข็ด)
hunkboy33 wrote on Jun 21, edited on Jun 21
"คนส่วนใหญ่ในโลกเป็นคนที่มีจิตใจดีงามครับ อาจจะมากถึงร้อยละเก้าสิบทีเดียว"--> แหม เห้นด้วยกับคุณพี่ห่านจริง ๆ แต่ว่าทำไมมันเหลือเศษ 10% อ่ะครับ .. :-)
ferfar wrote on Jun 21
น่าเห็นใจครับเพื่อนฟะห์ ผมก็เคยเจออยู่เหมือนกันเวลาแสดงน้ำใจกับคนแปลกหน้า (บางทีอย่าว่าแต่คนแปลกหน้าเลย แม้แต่เพื่อนเราแท้ๆยังไม่ไว้ใจกันเลย) ไม่รู้ว่าเป็นอะไรบางทีเขาก็ระแวงหรือรำคาญในความหวังดีของเราและตอบแทนด้วยความรู้สึกแย่ๆ

ไม่แปลกหรอกครับเพราะสิ่งที่เกิดในสังคมทุกวันนี้ทำให้เราไม่สามารถไว้ใจคนที่ไม่รู้จักได้เต็มที่และการแสดงน้ำใจมันก็เลยเป็นเรื่องแปลกๆในสังคมที่รู้จักเพียงการแลกเปลี่ยนประโยชน์ซึ่งกันและกัน สิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนกระจกสะท้อนถึงความเป็นไปของสังคมเวลานี้ ผมว่ามันน่ากลัวอยู่เหมือนกันถ้าเพียงการมีน้ำใจเล็กน้อยถูกมองด้วยความหวาดระแวง แต่ก็ต้องทำใจครับ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดมากมาย เพียงแต่สังคมทุกวันนี้ต่างหากที่มันเลวร้าย

แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไม่มีน้ำใจหรือรับน้ำใจจากคนอื่นใช่ไหมครับ ผมว่าเราควรระวังตัวแต่พอดีและแสดงน้ำใจอย่างระมัดระวัง แต่ทำใจถ้าความหวังดีของเราถูกตอบแทนด้วยท่าทีแย่ๆก็ไม่ต้องสนใจ และพร้อมจะยินดีเมื่อมีผู้แสดงน้ำใจกับเราโดยไม่หวังผล

จากประสบการณ์ชีวิตของผมนะครับคนส่วนใหญ่ในโลกเป็นคนที่มีจิตใจดีงามครับอาจจะมากถึงร้อยละเก้าสิบทีเดียว
.........จากประสบการณ์ชีวิตของผมนะครับคนส่วนใหญ่ในโลกเป็นคนที่มีจิตใจดีงามครับอาจจะมากถึงร้อยละเก้าสิบ..........


ตอนนี้ฟะห์ว่า มันสลับตำแหน่งกันอยู่น้า ไอ้ 90% กับ 10% ของคุณห่านเนี่ย
bookbinder wrote on Jun 22
ferfar said
.........จากประสบการณ์ชีวิตของผมนะครับคนส่วนใหญ่ในโลกเป็นคนที่มีจิตใจดีงามครับอาจจะมากถึงร้อยละเก้าสิบ..........


ตอนนี้ฟะห์ว่า มันสลับตำแหน่งกันอยู่น้า ไอ้ 90% กับ 10% ของคุณห่านเนี่ย
แหะๆ ยังยืนยันด้วยอัตราส่วนเดิมครับเพื่อนฟะห์

จริงๆนักเดินทางชนิดลำบากลำบนแบบผมได้รับความช่วยเหลือบนรายทางมากมายครับ ทั้งในบ้านเราและต่างบ้านต่างเมือง โดนหลอกน้อยกว่าได้รับความช่วยเหลือครับ บางครั้งถึงขนาดซาบซึ้งถึงทุกวันนี้เลยครับ ด้วยเหตุนี้เลยยังมีศรัทธาในมนุษย์อยู่ครับ :)

เข้าใจครับว่าเพื่อนฟะห์เจอเรื่องเลวร้ายมา แต่อย่าเพิ่งหมดศรัทธานะครับแค่ระวังตัวก็พอ อิอิ
bookbinder wrote on Jun 22
"คนส่วนใหญ่ในโลกเป็นคนที่มีจิตใจดีงามครับ อาจจะมากถึงร้อยละเก้าสิบทีเดียว"--> แหม เห้นด้วยกับคุณพี่ห่านจริง ๆ แต่ว่าทำไมมันเหลือเศษ 10% อ่ะครับ .. :-)
แหมไอ้น้อง คนเลวมันก็ยังมีในโลกนา พี่ก็เคยเจออยู่ไม่น้อยเหมือนกันไม่เชื่อดูในหนังสือพิมพ์ก็ได้ ฮ่าๆๆๆ
ferfar wrote on Jun 22
ชีวิตคนเมือง....ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน

ชีวิตคนชนบท....ขับเคลื่อนด้วยน้ำใจ

ว่าแล้วก็อยากไปอยู่ต่างจังหวัด เฮ่อ!!!!
bookbinder wrote on Jun 23
ferfar said
ชีวิตคนเมือง....ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน

ชีวิตคนชนบท....ขับเคลื่อนด้วยน้ำใจ

ว่าแล้วก็อยากไปอยู่ต่างจังหวัด เฮ่อ!!!!
ไปดิเพื่อนฟะห์ ไม่มีใครห้ามนิ :)
ferfar wrote on Jun 25
ไปดิเพื่อนฟะห์ ไม่มีใครห้ามนิ :)
เอ่อ.............ไล่ส่งเลยซะงั้น!!!!
mimanaja wrote on Jun 27
ยิ่งถ้าได้ขึ้นรถเมล์นะ จะเหงไรเยอะก่านี้อีก
ไม่เปงไรหรอก ทำความดีไว้ไม่เสียหาย อย่างน้อยมีคนอย่างเราอยู่สังคมก็คงจะน่าอยู่แระมั้ง
bookbinder wrote on Jun 27, edited on Jun 27
ferfar said
เอ่อ.............ไล่ส่งเลยซะงั้น!!!!
ไม่ได้ไล่ แค่ส่งเสริมให้ไปดี อิอิ :)
smokybite wrote on Jun 30
น่าสงสารคนกรุงเทพ..
อ้าววว สงสารตัวเองด้วยนี่หว่า
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help